ครีมกันแดด จำเป็นไม่ว่าหญิงหรือชาย

    แสงแดดในยุคปัจจุบันนี้ รุนแรงซะจนต้องยกให้ครีมกันแดดเป็นผลิตภัณฑ์คู่กายคู่ใบหน้ากันเลยทีเดียว ที่สำคัญครีมกันแดดไม่ใช่เรื่องเฉพาะผู้หญิง เพราะผู้ชายก็จำเป็นต้องใช้เช่นกัน นอกจากจะทำให้ผิวดูคล้ำลงแล้ว แสงแดดยังทำร้ายผิวให้หมองคล้ำ เหี่ยวย่น ดูมีริ้วรอยก่อนวัย

     ดังนั้นก่อนออกไปเผชิญกับแสงแดดควรเลือกครีมกันแดดดีๆ ให้กับผิวซักตัว มารู้จักประสิทธิภาพของครีมกันแดดกันหน่อย

    – ครีมกันแดดไม่ได้กันได้ทั้งวัน ประสิทธิภาพอาจลดลงเมื่อครีมโดนน้ำ โดนเหงื่อ

    – ควรเลือก sun screen หรือ sun block ไม่ใช่ sun tan
 
    – เลือกค่ากันแดดที่มี SPF30 ขึ้นไป

    – หากต้องอยู่กับกิจกรรมที่อยู่กับน้ำ ควรเลือกครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติกันน้ำ (water resistant)

    – ควรเลือกชนิดที่ป้องกันได้ทั้งรังสียูวีเอและยูวีบี (UVA-UVB)

    – เลือกลักษณะของครีมตามผิวของเรา ไม่ว่าจะเป็นเนื้อครีม เนื้อเจล แบบสเปรย์ แบบแท่ง

ควรเลือก sun screen หรือ sun block ไม่ใช่ sun tan

ไบโอตินเป็นวิตามิน ผมร่วง เล็บเปราะง่าย

ให้ไบโอตินเป็นผู้ช่วย ผมร่วง เล็บเปราะง่าย

 

  หากกำลังเผชิญกับปัญหาเส้นผมหลุดร่วง เล็บเปราะบาง ฉีกขาดง่ายอยู่ละก็อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังขาดไบโอตินอยู่

     ไบโอตินเป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ เป็นสารที่มีความจำเป็นต่อขบวนการเมตาโบลิซึม โดยในแต่ละวัน หากร่างกายได้รับไบโอติน Biotin ไม่เพียงพอ

     การใช้พลังงานต่างๆ ในร่างกายอาจเกิดความผิดปกติขึ้น ผลที่ตามมาคือ ภาวะผมร่วง หรือผมบาง เล็บเปราะ ฉีกขาดง่าย

     ปริมาณขนาดที่แนะนำในการรับไบโอติน คือ 100–300 ไมโครกรัม/วัน

     เราสามารถหาไบโอตินได้จาก 2 แหล่ง คือ
     1. แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ของเรา ที่สังเคราะห์ไบโอตินขึ้นมา
     2. การทานอาหารประเภท ตับวัว ไข่แดง แป้งถั่วเหลือง นม เนยถั่ว และแป้งที่ไม่ขัดสี

ประโยชน์โดยรวมของไบโอติน

     1. ช่วงบำรุงเสริมสุขภาพรากเส้นผม และเล็บให้แข็งแรง
     2. รักษา และบรรเทาอาการผมร่วง หรือศรีษะล้าน รวมถึงป้องกัน หรือระงับผมหงอกก่อนวัย
     3. ช่วยบรรเทาอาการผื่นผิวหนังอักเสบ และรักษาโรคผิวหนังชนิดที่ต่อมไขมันมากเกินไป
     4. ช่วยให้ร่างกายสามารถนำไขมันมาใช้ประโยชน์ได้ดีและนำไขมันมาสร้างเป็นกรดไขมัน (fatty acid) ที่เป็นสารตั้งต้น ทำให้กระบวนการสร้างเซลล์ใหม่ เช่น เซลล์ผิวพรรณ เส้นผม และเล็บ ไม่มีปัญหา

น้ำมันหอมระเหยช่วยบรรเทาโรคภูมิแพ้

1. น้ำมันหอมระเหยจากดอกโหระพา (Basil oil)

    น้ำมันหอมระเหยจากโหระพา มีสรรพคุณป้องกันการอักเสบที่จะช่วยให้ร่างกายของคุณต่อสู้กับภูมิแพ้ต่างๆ ความเจ็บป่วยและอาการอ่อนเพลียได้ดียิ่งขึ้นด้วยการขับสารพิษ แบคทีเรีย และเชื้อไวรัสออกจากร่างกาย ผลงานวิจัยพบว่าน้ำมันหอมระเหยจากโหระพายังมีสรรพคุณช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรายีสต์ที่อาจเป็นตัวการก่อให้เกิดโรคหอบหืดได้อีกด้วย

    เพียงนำน้ำหอมหอมระเหย 2-3 หยดเจือจางในน้ำมันมะพร้าวก่อนจะนำมาทาบริเวณทรวงอกหลังคอ และขมับ เพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและอาการอักเสบ

    2. น้ำมันหอมระเหยจากลาเวนเดอร์ (Lavender oil)

    น้ำมันลาเวนเดอร์ช่วยต่อต้านอาการอักเสบได้ดีไม่แพ้กัน และที่สำคัญในน้ำมันลาเวนเดอร์นี้มีสารต้านฮิสทามีนในร่างกายที่จะสร้างและหลั่งออกมาเมื่อคุณเกิดอาการแพ้ จึงเหมาะในการใช้งานในขณะที่ร่างกายเกิดปฏิกิริยาแพ้อยู่ อีกทั้งยังทำให้ร่างกายและจิตใจของคุณสงบยิ่งขึ้น

    เมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกถึงอาการแพ้สามารถนำน้ำมันลาเวนเดอร์ถูที่ฝ่ามือเพื่อนำมาอังใกล้บริเวณรูจมูก และค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ หรือจะหยดใส่สำลีก้อนและนำมาดมในช่วงเวลาที่คุณเกิดอาการแพ้ก็จะช่วยบรรเทาความอึดอัดและไม่สบายได้ดีทีเดียวค่ะ

    3. น้ำมันหอมระเหยเปปเปอร์มินต์ (Peppermint oil)

    วารสาร European Journal of Medical Research ตีพิมพ์ผลการวิจัยว่าน้ำมันหอมระเหยช่วยต่อต้านอาการอักเสบเรื้อรังได้เป็นอย่างดีซึ่งรวมไปถึงอาการเยื่อจมูกอักเสบ และโรคหืดหลอดลม นอกจากนี้น้ำมันเปปเปอร์มินต์ยังช่วยบรรเทาอาการไข้หวัด และอาการไอได้อีกด้วยนะคะ

    หยดน้ำมันเปปเปอร์มินต์ 5 หยดลงในโพรงจมูกเพื่อบรรเทาอาการอุดตันในโพรงจมูก อาการเจ็บคอและยังช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อจมูกเพื่อกำจัดเสมหะและสารที่อาจก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้

    4. น้ำมันหอมระเหยทีทรี (Tea tree oil)

    น้ำมันทีทรีมีประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อโรคในอากาศที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ ฉีดสเปรย์น้ำมันทีทรีภายในบ้านของคุณก็จะช่วยกำจัดเชื้อรา แบคทีเรีย ที่แอบซ่อนอยู่ตามผนังและเฟอร์นิเจอร์ได้ นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองผิวหนังได้เนื่องจากมีสรรพคุณต่อต้านเชื้อโรคเช่นเดียวกัน

    นำน้ำมันทีทรีทาลงบนผิวหนังบริเวณที่เกิดผื่นคัน หรือผึ้งต่อย คุณสามารถนำไปผสมกับน้ำมันมะพร้าวก็ได้เช่นเดียวกันหากมีผิวพรรณบอบบาง ง่ายต่อการแพ้

    5. น้ำมันหอมระเหยเลมอน (Lemon oil)

    น้ำมันเลมอนสามารถช่วยส่งเสริมระบบต่อมน้ำเหลืองในการรักษาโรคระบบทางเดินหายใจ อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียในร่างกาย และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

    หยดน้ำมันเลมอน 1-2 หยดลงในน้ำดื่ม 1 แก้วเพื่อช่วยปรับค่าความสมดุลในร่างกายให้เป็นปกติและนำไปผสมควบคู่กับผลิตภัณฑ์ซักผ้าและนำไปผสมกับน้ำสะอาดเป็นสเปรย์กำจัดแบคทีเรียที่แอบซ่อนอยู่ตามผ้าม่าน โซฟาหรือพรมภายในบ้านของคุณนั่นเอง

อ่อนวัยงานผิวดี ถ้าดูแลด้วยความใส่ใจ

การดูแลผิวที่ดี เราต้องรู้จักหมั่นสังเกตการเปลี่ยนแปลงของผิวตัวเองด้วยว่ามีสภาพผิวแบบใด มีปัญหาอะไรบ้าง และผลิตภัณฑ์ที่ใช้เหมาะกับผิวหรือไม่ เพราะผิวล้วนมีโอกาสมีลักษณะของผิวแพ้ง่ายได้ทั้งหมด อย่าใช้ผลิตภัณฑ์ตามเพื่อน ตามโฆษณาชวนเชื่อ หรือแม้แต่ตามกระแสในโลกโซเชียลมีเดีย ถ้าเขาใช้ดี เราก็น่าจะใช้ดีเหมือนกัน บอกเลยว่าใครที่กำลังคิดแบบนี้มีความเสี่ยงในการทำร้ายผิวอย่างเต็มรูปแบบ เพราะผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การดูแลย่อมแตกต่างกัน หากเราเลือกผลิตภัณฑ์ที่อิงตามกระแสอย่างเดียว เราอาจต้องยอมรับในความเสี่ยงที่ผิวอาจถูกทำร้ายตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

      อยากมีผิวสุขภาพดีต้องดูแลและใส่ใจตั้งแต่ในขั้นตอนแรกของการล้างหน้า แน่นอนว่าการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนกับผิว เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาผิวในอนาคตได้ นอกจากต้องสามารถชำระล้างสิ่งอุดตัน คราบมัน และสารเคมีตกค้างได้อย่างหมดจดเพื่อให้ผิวสะอาดและเตรียมความพร้อมเพื่อรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไปได้อย่างดีแล้ว สิ่งสำคัญคือผลิตภัณฑ์นั้นไม่ควรมีส่วนผสมของสารต้องห้ามที่สามารถทำร้ายผิวได้ อย่าง SLS, SLES, แอลกอฮล์, น้ำหอม และสีสังเคราะห์ เพราะถ้าไม่มีส่วนผสมต้องห้ามเหล่านี้ก็จะช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาผิวเรื้อรังในอนาคตได้อีกด้วย

      การล้างหน้าจึงเป็นขั้นตอนดูแลผิวขั้นแรกที่มีความสำคัญมาก เพราะหากเราล้างหน้าได้อย่างสะอาดหมดจด ก็จะช่วยลดปัญหาผิวได้ แต่ถ้าเราล้างไม่สะอาด หรือล้างแบบผิดวิธีก็จะทำให้หน้าไม่สะอาดเท่าที่ควร และอาจเกิดปัญหาเรื้อรังตามมาอย่างเช่น สิว แต่เราจะรู้หรือเปล่าว่า บางทีเราอาจล้างหน้าด้วย วิธีล้างหน้าผิดๆ มาโดยตลอดเลยก็ได้ วันนี้แบรนด์ id เลยขอมาเผยว่า การล้างหน้าแบบผิดๆ เป็นอย่างไร ลองเช็คกันดูค่ะว่า เราได้เผลอทำตามข้อไหนบ้างหรือเปล่า

     วิธีล้างหน้าผิดๆ ที่เราเผลอทำ

    1. ไม่ล้างหน้าตอนเช้า
    หลายคนอาจสงสัยว่า ตอนเช้าเราจำเป็นต้องล้างหน้าหรือเปล่านะ เพราะไม่ได้ออกไปตากแดด ตากลมที่ไหน นอนอยู่แต่ในห้อง หรือเราไม่ต้องล้างหน้าตอนเช้าก็ได้? คำตอบก็คือ “ควรล้าง” ต่อให้เรานอนอยู่แต่ในห้องแอร์ก็ตาม ลองคิดดูว่า ก่อนหน้านี้เราได้ทาอะไรลงบนผิวหน้าเราบ้าง ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ออกไปไหน ในระหว่างที่เรานอนหลับ ต่อมไขมันของเราก็ยังสร้างน้ำมันออกมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะคนหน้ามันจะสังเกตเห็นได้ชัดเลยว่า พอตื่นนอนมา หน้านี่มันจนทอดไข่ได้เลย เพื่อความสะอาดอย่างหมดจดจริงๆ ตอนเช้านอกจากจะอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายแล้ว หน้าก็ควรล้างหน้าด้วย

    2. ล้างหน้าบ่อยเกินไป
    ยิ่งล้างหน้า ยิ่งสะอาดมาก จริงหรือเปล่า? จริงๆ แล้ว การล้างหน้าบ่อยๆ ไม่ได้ทำให้เกิดผลดีอย่างที่ใครหลายคนคิด เพราะว่าการล้างหน้าบ่อยเกินไปจะยิ่งทำให้หน้าแห้ง พอหน้าแห้ง ต่อมไขมันเราก็ยิ่งผลิตน้ำมันออกมาเพิ่มมากขึ้น เพื่อรักษาสมดุลของผิว ไม่ให้หน้าแห้งเกินไปนั่นเอง ในแต่ละวัน ล้างหน้าเพียงแค่ 2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว

    3. ล้างหน้านานเกินไป
    นอกจากไม่ควรล้างหน้าบ่อยๆ แล้ว เราก็ไม่ควรล้างหน้านานเกินไปด้วยค่ะ บางคนอาจมองว่ายิ่งล้างหน้านานๆ ก็ยิ่งสะอาด แต่ความจริงแล้ว การล้างหน้านานๆ ก็เหมือนเราไปขัด รบกวนผิวมากเกินไป ทำให้ผิวเราอ่อนแอลงได้ เราไม่ควรใช้เวลามากเกินไปค่ะ ควรล้างหน้าประมาณ 30 วินาที – 1 นาทีก็พอแล้วค่ะ

    4. ไม่ยอมล้างเครื่องสำอางก่อนล้างหน้า
    เราใช้เวลาแต่งหน้านานเท่าไหร่ ก็ควรให้เวลาล้างหน้านานพอๆ กันด้วย และไม่ควรใช้โฟมล้างหน้าล้างเครื่องสำอางไปทีเดียว เพราะว่าโฟมล้างหน้าไม่สามารถทำความสะอาดเครื่องสำอางได้อย่างหมดจด แต่สิ่งที่ล้างเครื่องสำอางออกได้ก็คือ Makeup Remover ค่ะ ดังนั้น เพื่อความสะอาดของใบหน้า เราควรล้างเครื่องสำอางด้วย Makeup Remover ออกก่อน แล้วค่อยเอาโฟมล้างหน้า ล้างทำความสะอาดสิ่งสกปรกและคราบมันอีกทีหนึ่ง ใครที่ชอบเอาโฟมล้างหน้าล้างทั้งเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกบนใบหน้าพร้อมกันทีเดียว คงถึงเวลาต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว เพราะหากล้างแบบนี้ไม่สะอาดแน่นอนค่ะ อาจทำให้รูขุมขนอุดตัน และเกิดสิวตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน

    5. ใช้น้ำร้อนเกินไปล้างหน้า
    แม้ว่าน้ำร้อนจะช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกได้ดี แต่เราไม่ควรล้างหน้าด้วยน้ำร้อนค่ะ เพราะผิวหน้าเป็นส่วนที่มีความ บอบบางกว่าส่วนอื่น และน้ำร้อนยังดึงเอาความชุ่มชื้นที่จำเป็นต่อผิวเราออกไปหมด ทำให้ผิวแห้ง หยาบกร้านกว่าเดิม ง่ายต่อการเกิดริ้วรอยตามมา อีกทั้งยังทำให้เส้นเลือดขยายตัว ทำให้หน้ามีอาการแดงขึ้นได้ น้ำที่เหมาะกับการล้างหน้ามากที่สุดก็คือ น้ำอุณหภูมิห้อง ที่ไม่ร้อนและไม่เย็นเกินไปค่ะ

    6.ใช้โฟมล้างหน้าที่มีสารระคายเคือง
    การล้างหน้าแบบผิดๆ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวิธีการล้างเท่านั้นนะคะ ถ้าเราเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ไม่เหมาะสม ก็ทำให้ผิวหน้าเราไม่สะอาด และผิวเสียได้เช่นกัน โฟมล้างหน้าที่เราควรเลี่ยงก็คือ โฟมล้างหน้าแบบแรงๆ ที่มีส่วนผสมของสารระคายเคือง ไม่ว่าจะเป็น น้ำหอม Parabean แอลกอฮอล์ SLS และ SLES ถ้าใช้โฟมล้างหน้าที่มีส่วนผสมเหล่านี้ไปเรื่อยๆ ทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง และเป็นการทำลาย Skin Barrier ของเราให้บอบบางลงค่ะ สิ่งที่เกิดตามมาคือ ผิวเราจะอ่อนแอลงได้ง่ายๆ เพียงแค่การล้างหน้านี่เอง

      ถ้าอยากมีผิวที่สวย สุขภาพดี ต้องหันมาล้างหน้ากันอย่างถูกวิธีนะคะใครมีพฤติกรรมการล้างหน้าตรงตามที่กล่าวมา คงถึงเวลาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด่วน เพื่อความสะอาดของใบหน้า

วิธีเอาชนะความหวาดกลัวเมื่อต้องขึ้นเครื่องบิน ไปทำงานต่างชาติ

เพราะว่าใครหลากหลายคนต่างก็อาจจะกลัวการขึ้นเครื่องบินก็เป็นได้ จึงไม่ต้องการจะขึ้นกันเลย โดยต้องหาวิธีเอาชนะความกลัวเมื่อต้องขึ้นเครื่องบินเพราะว่าโอกาสที่เครื่องบินจะตกนั้นคือ 1 ใน 11 ล้าน ถึงแม้ว่าจะดูเป็นตัวเลขที่ไม่น่าพอใจมากนัก แต่สำหรับคนที่กลัวในการขึ้นเครื่องบินเข้าไปในเส้นกันเลย ก็คงต้องคิดอย่างมาก และความกลัวเครื่องบินนี้นี่เอง ถือเป็นสิ่งปกติที่หลากหลายคนอาจจะไม่สามารถข้ามผ่านมันไปได้ จึงไม่อาจจะขึ้นเครื่องบนได้นั่นเอง

 

นับได้ว่าวิธีเอาชนะความกลัวเมื่อต้องขึ้นเครื่องบิน เป็นสิ่งที่ใครหลากหลายคนต่างก็มีความกลัวกันอยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นมาดูกันเลยว่า จะมีวิธีใดมั่ง

– ควรเรียนรู้ข้อมูลอย่างเพียงพอ ถ้าท่านเองเป็นคนหนึ่ง ที่กลัวในการขึ้นเครื่อง สิ่งแรกที่จะต้องทำก็ต้องรู้สึกดีขึ้นนั่นก็คือ ข้อมูลน่าเชื่อถือ ถ้าท่านเลือกสายการบินที่มีเครดิตดีหน่อยท่านเองจะได้รับในการดูแลเป็นอย่างดีเช่นกัน

– ควรที่จะเปรียบเทียบอันตรายอื่น ๆ ที่จะมีโอกาสดีขึ้นมากกว่าการขึ้นเครื่องบิน 

– ไม่ควรจดจ่อกับสิ่งใด ๆ ในขณะคุณกำลังขึ้นเครื่อง ถ้าหากท่านมีการระแวงระวังไปทุกสิ่ง คุณก็จะมีความกังวลและมีความตื่นเต้น หรือความกลัวได้เช่นกัน

 

เพราะฉะนั้น วิธีเอาชนะความกลัวเมื่อต้องขึ้นเครื่องบิน จึงต้องมีการใช้วิธีการนี้ เพื่อคุณสามารถขึ้นเครื่องบินได้ เป็นเหตุให้สามารถเดินทางไปเกิดกังวลใจกันเลย และนี่ก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่น่ารู้และน่าติดตามกันอย่างมาก จนเมื่อท่านเองได้ทำการศึกษาก็ต้องพลาดกับการติดตามกันเลย

วิธีการแก้หลังค่อม ไหล่ห่อ วิธีการแบบง่าย ๆ และการดูแลตนเอง

สาว ๆ หลากหลายคนอาจจะมีอาการหลังค่อม กันมั่ง แต่ไม่รู้จะหาวิธีใดในการดูแลตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากกับการหาวิธแก้หลังค่อม ไหล่ห่อ แต่ถ้าคุณเองสวยหล่อขนาดใดล่ะก็ เรื่องบุคลิกภาพก็ย่อมมีความสำคัญเช่นเดียวกัน แต่ที่เบสิคเลย คือปัญหาหลังค่อม ซึ่งเป็นเรื่องที่มีตัวปัญหาแบบระยะยาว พร้อมกับส่วนมากจะคิดได้ตอนที่โตขึ้นกันแล้วก็ว่าได้ทางที่ดีคุณเอง

 

ควรที่จะมีการดูลูกหลานของคุณด้วยว่าจะมีอาการหลังค่อมมากน้อยแค่ไหนหรือไม่ ถ้าเช่นนั้นมีอาการก็ควรรีบทำการเยียวยารักษาเสียก่อน โดยการบริหารให้บริหารร่างกายที่เน้นการใช้ไหล่ สะโพก หลัง ซึ่งจะเป็นการแก้บริหารหลังค่อมแบบง่าย ๆ ด้วยวันละ 15 นาทีก็ได้กันแล้ว โดยที่จะเริ่มท่าที่ 1 ยืนตัวตรงแล้วยกไหล่ขึ้นลง ซึ่งท่านี้จะช่วยให้ยืนตรงและไม่ปล่อยให้แขนลงตัวไป อย่างสบาย ๆ เพียงเท่านี้อย่างน้อย 10 ครั้งก็ช่วยได้เช่นกัน ส่วนท่าที่ 2 ควรกลางแขน หลังจากนั้นทำการพลิกมือทั้งสองข้างไปมาไปข้าหน้า พร้อมกับไปข้างหลัง พร้อมกับควรนับลมหายใจเข้าออกได้ 5 พร้อมกับท่าปิรามิต ที่มีการเหยียดขาไปข้างหนึ่งไว้ข้างหลัง อ้อมแขนทั้งสองข้างไปจับกันอยู่ด้านหลัง แล้วทำการก้มตัวลงไป นับลมหายใจเข้า 3 ครั้ง หลังจากนั้นก็เหยียดตัวขึ้น ทำยังงี้ไปราว 15 นาที

 

เพราะฉะนั้น วิธีแก้หลังค่อม ไหล่ห่อ เป็นวิธีที่จะสามารถแก้ไขได้ อยู่ที่ตนเองแล้วว่าจะมีวิธีใดมั่งในการช่วยให้แก้หลังค่อมได้ โดยที่มีการบริหารด้วยตนเอง ยิ่งถ้าทำการบริหารแบบนี้ด้วยล่ะก็ ยิ่งไม่พลาดกับการบริหารร่างกายได้อย่างไม่น่าเชื่อ พร้อมกับนี่ก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ดีเยี่ยม

กระบวนการปกป้องผิวแบบง่าย กับการดูแลผิวผักพร้อมกับผลไม้ที่มีประโยชน์

เพราะการ ปกป้องผิว เป็นเรื่องที่คุณสาว ๆ หลากหลายคนมักจะหาวิธีมาเป็นตัวช่วยในการดูและผิวพรรณของตัวเองให้ดูเปล่งปลั่งอยู่เสมอ แต่ถ้าว่าการปกป้องผิวพรรณนั้น จะต้องมีตัวช่วยที่จะสามารถทำให้คุณเลิกกังวลกับปัญหาต่าง  ๆ ได้อย่างชัดเจน แต่ถ้าว่าเมื่อใดคุณไม่มีการดูแลผิวพรรณ ก็คงจะทำให้ผิวของท่านนั้นดูเสียหาย พร้อมทั้งไม่น่ามองเลยก็ว่าได้

 

ถือได้ว่าการ ปกป้องผิว เป็นเรื่องที่ทุกท่านให้ความใส่ใจ กับการดูแลผิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูและผิวด้วยครีมทาผิวที่มีคุณสมบัติช่วยในการดูแล พร้อมทั้งปกป้องผิวให้ดูกระจ่างใส่อย่างที่ต้องการ เมื่อท่านเองได้ทำการดูพร้อมทั้งผิวแล้วล่ะก็  จะรู้ว่าผิวนั้นสามารถดูแลได้อย่างง่าย ๆ โดยที่ไม่ต้องใช้สินค้ามากนัก แต่ตามที่จริงแล้วการดูแลผิวยังรวมถึงการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ โดยเลือกผลไม้ที่ช่วยบำรุงผิวให้ดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ  ไม่รับประทานยา ซึ่งยาบางตัวมีฤทธิ์ออกรุนแรง ทำให้คงจะถึงเสียชีวิตได้ เพราะฉะนั้นควรดูแลผิวพร้อมทั้งช่วยปกป้องผิวด้วยตัวเราเอง  จากการรับประทานผลไม้ พร้อมทั้งสารอาหารที่ได้รับประโยชน์มากมายกันเลยเชียว

 

ดังนั้นการปกป้องผิวที่ทำให้คุณสาว ๆ ต้องหมดห่วง ก็น่าที่จะดูแลตัวเองให้เป็นอย่างมาก มิเช่นนั้นผิวของท่านจะไม่สวยอย่างแน่แท้ พร้อมทั้งนี่ก็ถือได้ว่าเป็นวิธีง่าย ๆ   กับการดูแลผิวพรรณให้ดูกระจ่างใส ไม่เป็นเหตุให้ผิวเสียก่อนวัยอันควร  ซึ่งวิธีนี้ไม่ว่าใครก็สามารถดูแลได้

มาทำความรู้จัก คอลลาเจน ให้มากขึ้นกันเหอะ

คอลลาเจน ถือว่าเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ที่อาจอยู่ภายใต้ชั้นหนังแท้ได้เป็นอย่างยอดเยี่ยม หรือว่าเราจะเรียกคอลลาเจนว่า คอลลาเจนโปรตีน ก็ได้ เพราะเนื่องจากคอลลาเจน มีจุดสำคัญกับการเป็นโปรตีนของผิวหนังนั่นเอง อีกทั้งยังคงค้นพบว่า หน้าที่ของคอลลาเจนนั้น เปรียบเสมือนเป็นสปริงของผิวหนัง เพื่อสร้างความตึงให้กับผิวหนังชั้นในแท้ หากอยากลองสัมผัสความตึงของคอลลาเจน ให้ลองจับแก้มเด็ก ๆ ดู ว่ามีความใส ความตึง พร้อมกับผิวที่แก้มดูเนียนขนาดใด

 

ซึ่ง คอลลาเจน ถือว่ามีประโยชน์ต่อผิวหนังของคนเรา ซึ่งจะช่วยสร้างผิวหนังที่แลดูอ่อนเยาว์พร้อมกับเยาว์วัยยิ่งขึ้น เนื่องจากคอลลาเจนโปรตีน ถือได้ว่ามีปริมาณมากถึง 1 ใน 3 ของโปรตีนทั้งหมดภายในร่างกาย ส่งผลเป็นเหตุให้คอลลาเจนใต้ผิวหนัง จะอยู่ภายในผิวหนังชั้นหนังแท้เท่านั้น  โดยที่คอลลาเจนจะคอยเสริมความเรียบตึงให้กับผิวหนังของคนเรา อีกทั้งยังคงช่วยเป็นเหตุให้ผิวหนังของเราแข็งแรง พร้อมกับเรียบเนียนได้อย่างยาวนาน หากได้อยู่คู่กับโปรตีนที่สำคัญอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่า อิลาสติน  ยิ่งส่งคุณประโยชน์ต่อสุขภาพผิวพรรณของเราอย่างมากที่สุด  เนื่องจากคอลลาเจนเปรียบเสมือนเป็นโครงสร้างของผิวพรรณ แต่อิลาสตินเปรียบเสมือนเป็นความยืดหยุ่นของผิวพรรณ เป็นเหตุให้ผิวไม่มีริ้วรอย

 

 

แม้ว่าภายในร่างกายของคนเรานั้น จะประกอบไปด้วยคอลลาเจนหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นคอลลาเจนที่พบภายในผิวหนัง พบภายในกระดูกอ่อน  พบภายในผิวหนังที่เริ่มต้นมีการสร้างใหม่  หรือว่าแม้กระทั่งพบที่เยื่อหุ้มเซลล์ แต่ไม่ว่าจะพบที่ใด ภายในร่างกายของคนเรา ย่อมต้องมีคอลลาเจนประกอบอยู่ด้วย ถึงจะดีที่สุด

อาหารล้างพิษ พร้อมกับสาหร่ายที่มีสรรพคุณในการช่วยล้างสารพิษ

ถ้าเอ่ยถึงในสมัยโบราณมักจะมีอาหาร ล้างพิษหลากหลายประเภทด้วยกัน คุณเองคงประหลาดใจก็เป็นได้ เพราะอาหารประเภทนั้น ๆ คงเป็นอาหารจานโปรดที่คุณเองบริโภคกัน อยู่แล้ว แต่บางสิ่งก็หาได้ง่าย ๆ แถมยังมีมูลค่าไม่แพงอีกด้วย อาหารกลุ่มนี้จะช่วยสามารถล้างสารพิษกับกับอวัยวะ ต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น ไต ตับ พร้อมกับลำไส้ ช่วยในเรื่องการดักจับตัวที่เป็นสารพิษ พร้อมกับยังรวมถึงช่วยขับของเสียออก จากร่างกาย

 

 

ซึ่งพิษต่าง ๆ ที่ได้มีการสะสมไว้ในร่างกายคงมีควันพิษที่อยู่ ในอากาศ  หรือว่าอาจจะมีเจือปนในอาหารที่คุณเองรับ ประทาน เช่น สีผสมอาหาร ย่าฆ่าแมลง พร้อมกับ สารกันบูด ดังนั้นลองมาดูกันว่า อาหารล้างพิษ ประเภทใดที่ช่วยคุณได้ สำหรับสาว ๆ มักจะชื่นชอบกับการรับประทานสาหร่ายกันอย่างแน่นอน เพราะเป็นพืชที่มีสีเขียวอยู่ในทะเล หลายคนคงมองข้ามกับประโยชน์จาก สาหร่าย แต่ถ้าได้ค้นหาข้อมูลพร้อมกับทำการศึกษาจะค้นพบว่า สาหร่ายจะอาจดักจับของเสียที่มีการสะสมอยู่ในร่างกาย โดยเกิดขึ้นจากรังสี ยิ่งในปัจจุบันนี้ เราไม่อาจที่จะหลีกเลี่ยงรังสีกันได้เลย ไม่ว่าจะเป็นคลื่นวิทยุ หรือว่าจะเป็นคลื่นโทรศัพท์มือถือ รวมถึงคลื่นไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ

 

 

ดังนั้นพลังงานความร้อนประเภทนี้จะ ทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ จนถึงขั้นเป็นมะเร็งเช่นเดียว  ดังนั้นสาหร่ายจะเป็นตัวดูดซึมพวกรังสีต่าง ๆ ที่สะสมอยู่ภายในร่างกายของคุณเอง และยังมีทั้งโปรตีน พร้อมกับเกลือแร่เป็นปริมาณมาก  และนี่ก็ถือได้ว่าเป็นอาหารล้างพิษ ที่ทุกท่านควรหันมารับประทาน แล้วจะรู้ว่าได้รับประโยชน์จากการรับประทานสาหร่ายมาก น้อยเท่าใด

บริจาคเลือดเป็นสิ่งที่ทุกท่านมีความสุขเมื่อได้ช่วยเหลือมนุษย์ด้วยกัน

ถ้าพูดถึงการ บริจาคโลหิต คงน่ากลัวและมีความเสียวกันอย่าง แน่นอน เมื่อจะตกลงใจบริจาคเลือดภายในแต่ละครั้ง ซึ่งในการบริจาคเลือดนั้นจะต้องกล้าเป็นอย่างมากมาย บางคนอาจจะไม่ไม่กล้าเสี่ยงกับการบริจาคเลือด ทำเอาไม่ต้องการจะบริจาคเลือดมากเท่าใดนัก แต่เพราะผู้ที่อยู่ในช่วงวิกฤตจริง ๆ ก็ต้องมีการให้บริจาคเลือดกันอย่างแน่นอน

นับได้ว่าการ บริจาคโลหิต ภายในแต่ละครั้งจะสามารถช่วยชีวิตใครหลากหลายคนได้ จึงทำเอาในปัจจุบันนี้ได้ มีการบริจาคเลือดกันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเลือดจะมีความหมายอย่างมาก ที่จะทำหน้าที่ในการลำเลี้ยงอาหาร น้ำ และออกซิเจนให้ทั่วร่างกาย ในขณะเดียวกันก็ยังมีสารพิษ ต่าง ๆ ที่อยู่ในร่างกายได้เป็นอย่างยอดเยี่ยม สำหรับผู้ที่ไม่เคยที่บริจาคเลือดกันเลย อาจจะมีอาการต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะมีอาการเวียนหัว ปวดหัว คล้าย ๆ เหมือนจะเป็นลม อาจจะทำเอาผู้คนกลุ่มนี้ไม่สบายก็เป็น ได้ เพราะฉะนั้นการบริจาคโลหิต ถ้าท่านเองมีจิตศรัทธาเป็นอย่างมากมาย ลองค้นหาข้อมูลกันดูว่ามีวิธีการใดบ้าง ที่สามารถดูแลตนเองให้เป็นอย่างยอดเยี่ยม และควรรับประทานอาหารชนิดใดข้อควรปฏิบัติหลังการบริจาคโลหิตในการที่จะบริจาคเลือดนั่นเอง เพราะฉะนั้นก่อนบริจาคเลือด ท่านเองก็ต้องรู้แล้ว ว่าร่างกายพร้อมที่จะบริจาคหรือเปล่า

 

เพราะเช่นนั้นการบริจาคโลหิต ก็สามารถช่วยใครหลากหลายคนได้ เพื่อที่จะมนุษย์ในเมืองไทยบ้านเรา แต่จะมาล้มป่วยเพราะการ บริจาคเลือดนั้น คงไม่ดีแน่ ๆ ทางที่ดีพักผ่อนให้พอ คอยดูแลตัวให้เป็นอย่างมาก เพียงเท่านี้ก็จะอาจบริจาคโลหิตได้อย่างไม่ซับซ้อน กันเลยก็ว่าได้